Tiger_header_banner
Tiger_header_banner_mobile
โครงการรักเสือต้องไว้ลาย
Tiger Beer Thailand  และ WWF Thailand ร่วมมือกันจัดทำการระดมทุนเพื่อช่วยเสือในประเทศไทย ผ่านการออกแบบผ้าพันคอ ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของเสือโคร่ง

ขอบคุณที่ร่วมปกป้องเสือไทย

ด้วยการสนับสนุนอย่างเกินความคาดหมาย ทำให้ผ้าพันคอได้จำหน่ายหมดก่อนกำหนดปิดโครงการฯ แต่ท่านยังสามารถช่วยบริจาคเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนโครงการต่างๆ ของ WWF ได้

* หมายเหตุ : เนื่องจากผ้าพันคอผลิตด้วย ออร์แกนิก คอตตอน 100% และมีผู้บริจาคเกินความคาดหมายทำให้ใช้ระยะเวลาผลิตมากขึ้นกว่าเดิม โดยผ้าพันคอจะเริ่มส่งออกวันที่ 20 กันยายน 61 และคาดว่าจะส่งถึงท่านภายใน 8 ตุลาคม 61
ทางทีมงานขออภัยมา ณ โอกาสนี้

สำหรับผู้บริจาคที่โอนเงินผ่านธนาคาร ขอความกรุณาโอนเงินภายใน 3 วัน เพื่อรักษาสิทธิ์ในการรับผ้าพันคอ

เกี่ยวกับโครงการ

คนอยู่ยาก ถ้าขาดเสือ

ระบบนิเวศน์ของโลกมีความมหัศจรรย์ เพราะธรรมชาติได้ออกแบบให้เกิดความสมดุล มนุษย์ พืช และสัตว์ อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข เสือในฐานะนักล่าลำดับบนสุดของห่วงโซ่อาหาร มีบทบาทเด่นในการรักษาสมดุลนั้น กล่าวคือ ไม่มีเสือ ไม่มีป่า สุดท้ายคือไม่มีมนุษย์

อยากช่วยเสือ หยุดล่า

ปริมาณของเสือลดลง เพราะมีการล่าชิ้นส่วนเสือไปทำยา และถลกหนังเสือไปขาย

ผู้พิทักษ์ที่รักเสือเท่าชีวิต

โชคยังดี ที่โลกของเรามีคนกลุ่มหนึ่งที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเสือ นั่นคือผู้พิทักษ์ป่าในอุทยานแห่งชาติ แต่น่าเศร้าที่ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาทั่วประเทศไทยมีเจ้าหน้าที่หลายสิบคนถูกยิงตายจากพรานล่าเสือ ในขณะปฎิบัติหน้าที่ และหากนับจำนวนทั่วโลก มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจำนวนนับ 1,000 นาย ที่ต้องเสียชีวิต

ร่วมปกป้องเสือและผู้พิทักษ์เสือ

Tiger Beer เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาจึงได้มอบเงินช่วยเหลือเพื่ออนุรักษ์เสือในโครงการของ WWF เป็นจำนวนเงินปีละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐทุกปี และปีนี้เป็นปีแรกที่ Tiger Beer Thailand เข้ามามีส่วนร่วมอนุรักษ์เสือกับ WWF Thailand เพื่อจัดทำการระดมทุนหาเงินสนับสนุนสำหรับระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ที่ช่วยปกป้องเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในการต่อสู้กับพรานล่าเสือ รวมไปถึงสนับสนุนงบประมาณเพื่องานวิจัยและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเสือในโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในพื้นที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ ผ่านการออกแบบผ้าพันคอที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของเสือโคร่งทั้ง 3 ตัว ที่พบในประเทศไทย โดยรายได้จากการจำหน่ายผ้าพันคอทั้งหมดจะไม่ถูกหักค่าใช้จ่าย

ภารกิจปกป้องเสือไทย

ผืนป่าไทย "พื้นที่แห่งความหวัง"

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยพบว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็น “พื้นที่แห่งความหวัง” ที่เหมาะสมสำหรับการขยายพันธุ์ และตั้งถิ่นฐานของเสือโคร่งที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่มีป่าทึบและทุ่งหญ้าโล่งประกอบกับปริมาณเหยื่อที่ยังสมบรูณ์ ดังนั้นจึงเกิดความร่วมมือกันในการช่วยฟื้นฟูประชากรเสือในไทย จากนานาประเทศ

ป่าไทยยังมีหวัง เพราะยังมีเสือ

ข้อมูลจาก WWF (World Wildlife Fund) ระบุถึงจำนวนประชากรเสือโคร่งทั่วโลกล่าสุดมีประมาณ 3,890 ตัว ซึ่งมีการประเมินว่ามีจำนวนลดลง ด้านสถานะเสือโคร่งในประเทศไทย พบว่าจำนวนเสือโคร่งที่อาศัยอยู่ในป่าธรรมชาติมีประมาณ 200 - 250 ตัว ซึ่งอยู่ในพื้นที่กลุ่มป่าหลักๆ อย่างกลุ่มป่าตะวันตก, กลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจาน แต่ในพื้นที่ป่าตะวันตก ยังมีข่าวดี จากการทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ด้วยการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพทำให้พบว่า เสือโคร่งมีการฟื้นฟูประชากรและกระจายตัวไปหลายพื้นที่ในป่าตะวันตก รวมถึงพื้นที่ที่ไม่เคยเจอก็สามารถพบตัวและร่องรอยได้ ดังนั้นหากมีการคุ้มครองพื้นที่เหล่านี้ให้เข้มแข็ง เช่น การเดินลาดตระเวน ก็มีโอกาสที่เสือโคร่งจะสามารถฟื้นฟูประชากรจนสามารถอาศัยยู่รอดในพื้นที่แห่งนั้นได้

แต่กว่าเราจะได้มาซึ่งความภาคภูมิใจนี้ มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่เสี่ยงชีวิตในการลาดตระเวนเพื่อปกป้องเสือต้องสูญเสียชีวิตจากการถูกพรานล่าเสือฆ่าตายเป็นจำนวนมากนับ 1,000 นายทั่วโลก และกว่าสิบนายในประเทศไทย

พวกเขาปกป้องเสือ แต่ใครล่ะ ที่ปกป้องพวกเขา?

The Wild Tiger Scarf Collection

Tiger Beer Thailand และ WWF Thailand ทำการระดมทุนผ่านการจำหน่ายผ้าพันคอ ที่ออกแบบผ่านแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของเสือโคร่งทั้ง 3 ตัว ที่นักวิจัยพบในประเทศไทย

เพื่อที่พวกเราที่อยู่ในเมืองใหญ่ห่างไกลจากป่า สามารถช่วยปกป้องเหล่าผู้พิทักษ์ป่าด้วยการสนับสนุนระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ สำหรับปกป้องเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าให้ปลอดภัยหากเกิดเหตุการณ์ต่อสู้กับพรานล่าเสือ และสนับสนุนงบประมาณเพื่องานวิจัยและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเสือ

VEERAPONG: THE HOMELESS TEENAGER
เสือวีระพงษ์ เสือไร้บ้านนักผจญภัย

เสือนักเดินทางที่ผจญภัยไปหลายผืนป่า เพื่อหาอาณาเขตครอบครอง โดยอาศัยครอบครองในพื้นที่ที่มีความสูงชัน ซึ่งไม่เหมาะเท่าไหร่นัก ตามธรรมชาติของเสือต้องการพื้นที่ในการอยู่อาศัยหลายร้อยตารางกิโลเมตรต่อเสือหนึ่งตัว ทว่าตอนนี้ไม่มีป่าที่เพียงพอให้เสือวีระพงศ์ได้อยู่

KHAO JEE : THAI NATURE LOVER
เสือข้าวจี่ เสือนักเดินทาง

เสือไทยที่เดินเท้าข้ามไปไกลถึงพม่า เพื่อหาบ้านใหม่ แต่ว่าไม่มีพื้นที่เพียงพอเพื่อหากิน และจับคู่ เธอจึงเดินทางกลับมาครอบครองพื้นที่ที่ทุ่งใหญ่นเรศวร และสร้างครอบครัวที่นี่ ทำให้ป่าด้านตะวันตกอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

BHUPHA: THE SINGLE MUM
เสือบุปผา แม่พันธุ์ผู้แข็งแกร่ง

แม่พันธุ์ที่ให้กำเนิดลูกหลานมากมาย และมีอายุยืนยาวที่สุด บุปผาทำให้เราเรียนรู้ว่า การมีเสืออยู่ในป่าเพิ่มขึ้นสามารถสร้างสมดุลแก่ระบบนิเวศซึ่งส่งผลถึงมนุษย์อย่างพวกเราได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Thailand Tiger Project
ร่วมปกป้องเสือโดย Tiger Beer TH https://www.facebook.com/TigerbeerTH/

ร่วมบริจาค